เช็กพฤติกรรมเสี่ยงโดนสรรพากรตรวจสอบ เงินเข้าบัญชีแบบไหน เสี่ยงโดนเรียกตรวจภาษีโดยไม่รู้ตัว
ในยุคที่การค้าขายออนไลน์ ฟรีแลนซ์ และอาชีพอิสระเติบโตอย่างรวดเร็ว หลายคนมีรายได้เข้าบัญชีทุกวัน แต่กลับละเลยเรื่อง “ภาษี” เพราะคิดว่ายังไม่ถึงเกณฑ์ หรือคิดว่าสรรพากรคงไม่รู้
ความจริงคือ ปัจจุบันระบบการตรวจสอบทางการเงินของสรรพากรมีความเชื่อมโยงกับข้อมูลธนาคารมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หากมีพฤติกรรมบางอย่างเข้าข่ายเสี่ยง ก็อาจถูกเรียกตรวจสอบได้โดยไม่ต้องมีใครแจ้งเบาะแส
บทความนี้ สำนักงานบัญชี ท๊อปไฟว์-รับทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี จดทะเบียนบริษัท จะพาไปเช็กแบบละเอียดว่า พฤติกรรมเงินเข้าบัญชีลักษณะใดบ้าง ที่สรรพากรมักใช้เป็นสัญญาณในการตรวจสอบ พร้อมแนวทางป้องกันที่ทำตามได้จริง
หนึ่งในสัญญาณสำคัญที่สรรพากรใช้พิจารณา คือ “ความถี่ของเงินเข้า”
หากมีเงินเข้าบัญชีประมาณ 3,000 ครั้งต่อปี หรือเฉลี่ยมากกว่า 8 ครั้งต่อวันต่อธนาคาร แม้แต่ละครั้งจะเป็นยอดไม่สูง ระบบสามารถมองได้ว่าเป็นรายได้จากการประกอบอาชีพ ไม่ใช่เงินโอนส่วนตัวตามปกติ
กลุ่มที่มักเข้าข่ายนี้ ได้แก่
หลายคนเข้าใจผิดว่า “ยอดไม่เยอะ ไม่น่ามีปัญหา” แต่ในมุมของสรรพากร ความสม่ำเสมอและความถี่สำคัญกว่ายอดเงินต่อครั้ง
อีกกรณีที่ถือว่าเสี่ยงไม่แพ้กัน คือ เงินเข้าบัญชีประมาณ 400 ครั้งต่อปี แต่ยอดรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป
ลักษณะนี้ มักเกิดกับผู้ที่รับงานเป็นก้อน รับเงินเป็นงวด หรือทำธุรกิจที่มียอดต่อครั้งสูง
แม้จำนวนครั้งจะไม่ถี่เท่ารายย่อย แต่ยอดเงินรวมทั้งปีสะท้อนชัดว่าเป็นรายได้ในเชิงธุรกิจ ซึ่งสรรพากรสามารถใช้ข้อมูลนี้มาเปรียบเทียบกับการยื่นภาษีได้ทันที
พฤติกรรมที่พบบ่อยมาก และเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ คือ การใช้บัญชีส่วนตัวรับเงินจากการค้าขายหรือให้บริการ
เมื่อไม่มีการแยกบัญชีธุรกิจกับบัญชีส่วนตัว เงินทุกก้อนที่เข้ามาจะถูกมองรวมกันทั้งหมด ทำให้ยากต่อการอธิบายที่มาของเงินในวันที่ถูกเรียกตรวจสอบ
ปัญหาที่มักตามมา ได้แก่
อีกหนึ่งพฤติกรรมที่ทำให้ถูกจับตา คือ มีเงินเข้าบัญชีต่อเนื่อง แต่ไม่ยื่นภาษี หรือยื่นภาษีในยอดที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลทางการเงิน
ปัจจุบันธนาคารสามารถส่งข้อมูลธุรกรรมให้สรรพากรได้ตามกฎหมาย หากพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ก็มีโอกาสถูกเรียกชี้แจงที่มาของรายได้ทันที
หลายกรณีไม่ได้ตั้งใจหลบเลี่ยงภาษี แต่เกิดจาก
จากแนวทางที่ผู้ประกอบการและสำนักงานบัญชีใช้กันมา สิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ดีที่สุดคือการ “จัดการให้ถูกตั้งแต่แรก” ไม่ใช่รอแก้เมื่อถูกเรียกตรวจ
สิ่งที่ควรทำ ได้แก่
– แยกบัญชีธุรกิจออกจากบัญชีส่วนตัวให้ชัดเจน
– วางระบบบัญชีให้เห็นรายได้ ค่าใช้จ่าย และกำไรจริง
– ยื่นภาษีให้ถูกต้องและสอดคล้องกับรายได้
– ขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี
เพราะเมื่อถึงวันที่ถูกตรวจสอบ เอกสารและระบบที่ดี คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
การมีเงินเข้าบัญชีไม่ใช่เรื่องผิด แต่การไม่มีระบบรองรับทางบัญชีและภาษีต่างหากที่ทำให้ “เสี่ยง”
ในวันที่ข้อมูลการเงินโปร่งใสมากขึ้น การวางแผนภาษีอย่างถูกต้อง ไม่ได้เป็นภาระ แต่เป็นการป้องกันความเสี่ยงระยะยาวให้ธุรกิจและตัวคุณเอง
หากคุณไม่แน่ใจว่าพฤติกรรมทางการเงินของตัวเองเข้าข่ายเสี่ยงหรือไม่ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่วันนี้ อาจช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในอนาคตได้นะคะ
หากต้องการคำปรึกษาการจัดเอกสารภาษี
สามารถติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี-ภาษี
ได้ที่ :
091-7754272
หรือ ฝากข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ คลิกที่นี่
โทรศัพท์ : 081-577-9588 หรือ 091-775-4272 E-mail : topfive2006@yahoo.com
สำนักงานบัญชีชลบุรี บริการรับทำบัญชี วางระบบบัญชี ตรวจสอบบัญชี จดทะเบียนนิติบุคคล จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้ถือ จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น จดเพิ่มทุน จดลดทุน บริการด้านบัญชีและภาษีอากร บริการรับปิดงบการเงิน ทำบัญชี ปรึกษาการเงินบัญชี ปิดงบการเงิน จดทะเบียนบริษัท บริการปรึกษาด้านบัญชีภาษีอากร จดบริษัทชลบุรี จดจัดตั้งบริษัทชลบุรี จดทะเบียนบริษัทชลบุรี